สูตรขนมเปียกปูนใบเตยกะทิสด


จากที่เคยกิน ขนมเปียกปูนใบเตย ชิ้นสี่เหลี่ยม ลองเปลี่ยนสไตล์มาทำเมนูเปียกปูนใส่กะทิ ขนมไทยโบราณหากินยากกันดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำขนมเปียกปูนกะทิสด สูตรจาก กลุ่ม Facebook โดยเนื้อขนมเปียกปูนนุ่มเหนียวใส่ใบเตย ราดกะทิรสเค็มตัดเลี่ยน โรยงาขาวคั่วเพิ่มกลิ่นหอม ใครยังไม่เคยลองจัดเลยจ้า


สำหรับคนที่ยังไม่มี เตาอบไฟฟ้า และงบซื้อวัตถุดิบไม่เยอะลองทำเมนูนี้ดูครับ ใช้อุปกรณ์ไม่เยอะ ต้นทุนไม่สูงมากเพราะตอนที่เราหัดทำขนมช่วงแรกๆเราจะลองทำขนมไทยก่อนเพื่อค้นหาความชอบของตัวเองและทดสอบความอดทนครับ

สูตรขนมเปียกปูนใบเตยกะทิสด

🥣 ส่วนของเปียกปูน
  • แป้งข้าวเจ้า1ถ้วยตวง
  • แป้งท้าวยายม่อม1/4ถ้วยตวง
  • แป้งถั่วเขียว1/4ถ้วยตวง
  • น้ำใบเตยเข้มข้น2ถ้วยตวง
  • น้ำปูนใส2ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทรายแดง1/2ถ้วยตวง+2ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลโตนด120กรัม (ชอบหวานมากน้อยปรับเพิ่มลดน้ำตาลได้เลยค่ะ)
  • ส่วนของน้ำกะทิ
  • กะทิ250กรัม
  • แป้งข้าวเจ้า1/2ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ1/2ช้อนชา

🔥 วิธีทำ
  • นำส่วนผสมของเปียกปูนทั้งหมดมาคนให้เข้ากันและกรอง2รอบให้เนียนๆ
  • ตั้งไฟกลาง รอจนเริ่มร้อนก็ลดไฟลง1ระดับ
  • กวนต่อไปเรื่อยๆนะวังติดก้นหม้อ
  • พอเริ่มข้นเหนียวและแป้งใสขึ้นเงาให้ปิดเตาเลยค่ะ
  • ตัดใส่ถุงที่เตรียมบีบและมัดหนังยางแน่นๆ
  • เอาใส่กล่องโฟมหรือกล่องที่เก็บความร้อนเพื่อไม่ให้เปียกปูนเย็นแล้วจะบีบออกยาก
  • รออุ่นลงนิดหน่อยก็บีบเป็นรูปอะไรก็ได้ตามใจชอบ ในรูปคือใช้หัวบีบ2D(ถ้าร้อนไปก็จะเห็นรอยหัวบีบเป็นกลีบๆไม่ชัด ถ้าเย็นไปก็จะบีบไม่ออก ลองกะๆดูเองนะคะ คือเอาอุ่นลงนิดหน่อยก็บีบเลยค่ะ)
  • รอให้เย็นเซ็ตตัวก็สามารถหยิบวางเรียงใส่จานได้อย่างสวยงามครับ
🍵วิธีทำกะทิราดหน้าขนม
  • ใส่หัวกะทิลงในหม้อ ตามด้วยเกลือ และแป้งข้าวเจ้า คนผสมจนเดือด เสร็จแล้วตักกะทิราดหน้าขนมเปียกปูนเลยค่ะ อย่าลืมโรยงาขาวคั่วหอม ๆ
หากใครสนใจ เตาอบไฟฟ้า แนะนำ เตาอบของ SGE ที่มีทั้งใช้ตามครัวเรือน ราคาหลักร้อยทำความร้อนได้ถึง 230 ตลอดจนใช้ในอุตสาหกรรมที่มีกำลังการผลิตสูง ควบคุมด้วยแผงวงจรทั้งหมด 100% อุณหภูมิที่ได้จะค่อนข้างสเถียร

ขนมเปียกปูนกะทิสดหน้าตาไม่เหมือนขนมเปียกปูนชิ้น ๆ ที่เคยกิน แถมยังใส่กะทิและโรยงาอีกต่างหาก ฮูเล่ ! เย็นนี้มีของหวานกินล้างปากแล้วล่ะ

Cr.: FB: facebook.com/groups/BakerySocietyOfficial/permalink/3096289907311432 




แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น